google-site-verification: google6a4872409fa8f949.html หูดข้าวสุก


หูดข้าวสุก


 หูดข้าวสุก

โรคหูดข้าวสุก

หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกับที่ทำให้เกิดหูดทั่วไป เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั่วโลก ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบได้ประมาณ 1% ของประชากรทั้งหมด และจะมีอัตราการเกิดมากขึ้นในประเทศเขตร้อน พบได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่ในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถเข้าไปในผิวหนังที่แตก ลอก หรือผิวหนังที่เป็นแผล และกลายเป็นหูดข้าวสุกได้ แต่จะไม่มีผลกระทบต่ออวัยวะภายใน

 

 

 

สาเหตุของหูดข้าวสุก

สาเหตุ : หูดข้าวสุกเป็นหูดที่เกิดจากการติดเชื้อหูดข้าวสุก ซึ่งเป็นไวรัสที่มีชื่อว่า “เอ็มซีวี” (Molluscum contagiosum virus – MCV*) การติดเชื้อนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น จะไม่เข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือดหรือระบบประสาท ผู้ป่วยจึงไม่มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยนำมาก่อน แต่จะมีอาการเฉพาะที่เป็นหลัก โดยภายหลังจากได้รับเชื้อจากการสัมผัสแล้ว เชื้อไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปแบ่งตัวในเซลล์ผิวหนังชั้นนอก เมื่อแบ่งตัวมากขึ้น ๆ ก็จะรวมกันเป็นก้อนในไซโตพลาสซึมของเซลล์ (Cytoplasm คือ ของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์) เรียกก้อนนี้ว่า Molluscum bodies ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากกล้องจุลทรรศน์ และเมื่อแพทย์ตรวจพบก้อนนี้จากการตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังที่เกิดโรคก็จะเป็นตัวช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคนี้ได้

การติดต่อ : โรคนี้สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการสัมผัสผิวหนังตรงรอยโรคจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง (แต่ใช่ว่าใครสัมผัสแล้วจะต้องเป็นทุกราย เพราะขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนรวมทั้งสุขลักษณะส่วนตัวด้วย), จากการแกะหรือเกาผิวหนัง (จากผิวหนังที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งในบุคคลเดียวกัน เช่น รอยโรคแรกอยู่ที่มือ แต่เมื่อเอานิ้วมือที่สัมผัสโรคไปขยี้ตา ก็จะทำให้เปลือกตาติดหูดข้าวสุกไปด้วย), จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วย และติดได้จากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วยที่มีรอยโรคหูดข้าวสุก เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ในสถานที่ออกกำลังกาย รวมไปถึงการใช้สระว่ายน้ำร่วมกับผู้ป่วย (ในเด็กเล็กมักติดจากบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือติดต่อจากเพื่อนร่วมโรงเรียน)

กลุ่มเสี่ยง : สามารถพบได้ทุกเพศ ทุกวัย และในทุกช่วงอายุ เพราะปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ คือ การสัมผัสกับรอยโรคหรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสเอ็มซีวีอยู่ แต่จะพบได้มากเป็นพิเศษในเด็กช่วงอายุ 1-10 ปี (ในเด็กจะพบได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ส่วนในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่านี้จะมีภูมิคุ้มกันที่ส่งผ่านจากมารดาอยู่ จึงมักไม่ติดเชื้อนี้) และมักพบได้ในผู้ป่วยเอดส์หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะคนกลุ่มนี้จะไวต่อการติดเชื้อไวรัสได้มากกว่าคนทั่วไป (อัตราการเป็นโรคหูดข้าวสุกจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยเอดส์ โดยพบอยู่ที่ 5-18% ของประชากรที่ป่วยเป็นโรคเอดส์)

ระยะฟักตัว : ตั้งแต่รับเชื้อมาจนเกิดอาการมักจะใช้เวลาประมาณ 2-7 สัปดาห์

หมายเหตุ : เชื้อไวรัสเอ็มซีวีมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิดย่อย ได้แก่ MCV subtype 1, 2, 3 และ 4 โดยทั้ง 4 ชนิดนี้จะมีลักษณะอาการและวิธีการรักษาเหมือนกัน โดย MCV subtype 1 จะเป็นสาเหตุในการเกิดโรคมากที่สุด 98%

 

อาการของหูดข้าวสุก

เป็นตุ่มขึ้นตามผิวหนัง มักพบขึ้นตามลำตัว แขนขา รักแร้ ข้อพับแขน ขาหนีบ บริเวณอวัยวะเพศ (โดยเฉพาะในผู้ใหญ่) และอาจพบได้ที่บริเวณใบหน้าและรอบดวงตา โดยจะมีลักษณะขึ้นเป็นกลุ่ม และมักพบมากกว่า 1 แห่ง ตุ่มหูดข้าวสุกจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-6 มิลลิเมตร ในบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่ถึง 1-3 เซนติเมตร ตัวหูดจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองหรือเป็นสีของผิวหนัง (สีเนื้อ) รูปโดม และมีลักษณะเฉพาะคือ ผิวหูดจะเรียบเป็นมันคล้ายไข่มุกและตรงกลางจะมีรอยบุ๋มลงไปคล้ายสะดือ เมื่อกดหรือบีบให้แตกหรือใช้เข็มสะกิดจะมีเนื้อหูดเละ ๆ สีขาวคล้ายข้าวสุกไหลออกมา หูดชนิดนี้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหรือคัน แต่ในบางครั้งอาจมีอาการบวมแดงอักเสบร่วมด้วย (ในผู้ป่วยเอดส์มักจะมีตุ่มเกิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อย ๆ ตุ่มมักมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และคงอยู่นาน กระจายไปทั่วตัว ตามศีรษะ คอ หน้า และอวัยวะเพศ)

 

หูดข้าวสุก

 

ลักษณะหูดข้าวสุก

 

อาการหูดข้าวสุก

 

หูดข้าวสุกในเด็ก

 

ผลข้างเคียงของหูดข้าวสุก

ในรายที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีอาการผื่นแดงคันบริเวณหูดข้าวสุกร่วมด้วย (รูปด้านล่าง) ซึ่งอาการผื่นแดงคันนี้จะหายไปเมื่อทำการรักษาหูดข้าวสุก

หูดข้าวสุกที่เป็นบริเวณเปลือกตา อาจทำให้เกิดเยื่อตาอักเสบได้

ผู้ที่แกะหรือเกาตรงรอยโรคอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จนทำให้เกิดอาการอักเสบและเมื่อแตกก็จะกลายเป็นแผลเป็นได้

หูดข้าวสุก

HonestDocs

 [url]https://www.honestdocs.co/molluscum-contagiosum[/url]

 [url]www.honestdocs.co[/url]



ผู้ตั้งกระทู้ Doctor :: วันที่ลงประกาศ 2017-08-30 20:53:34


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2013 All Rights Reserved.