google-site-verification: google6a4872409fa8f949.html โรคคุดทะราด


โรคคุดทะราด


 ภาษาอังกฤษ yaws เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง

มีอาการเป็นแผลตามผิวหนัง พบได้ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พบได้ในชุมชนผู้ยากไร้ของประเทศเขตร้อน ในประเทศไทยเคยพบมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พบมากในภาคใต้และภาคอีสาน แต่ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่สามารถควบคุมโรคนี้ได้แล้ว

 

หมอชาวตะวันตกกำลังรักษาโรคคุดทะราดให้แก่ผู้หญิงชาวอินโดนีเซีย ,ภาพจาก wikipedia

 

สาเหตุของโรคคุดทะราด : คือเชื้อแบคทีเรียรูปร่างเกรียว ชื่อทรีโพนีมา เพอร์นู (Treponema pertenue) สามารถแพร่กระจายได้ง่ายด้วยการสัมผัส และผ่านเข้าร่างกายทางแผล ผิวหนัง

 

อาการของโรคคุดทะราด : อาการของโรคหลังจากติดเชื้อไป 3-6 สัปดาห์ สามารถแบ่งระยะของโรคได้เป็น 3ระยะ

 

ระยะที่ 1 จะตรวจพบตุ่มนูนลักษณะคล้ายหูดที่ผิวหนัง คนไทยเรียกว่าตุ่มแม่ (mother yaw)

 

ระยะที่ 2 เรียกว่าระยะกระจายตัวของโรค โดยจะพบตุ่มนูนแดงอาจจะดูคล้ายดอกกะหล่ำ อาจจะพบต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้แผลบวมโต ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีไข้ตัวร้อน แผลหรือตุ่มนูนจะลุกลามไปที่ฝ่ามือฝ่าเท้า จนผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดได้

 

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่แผลจะกินลึกลงไปที่เนื้อเยื้อชั้นล่าง รวมถึงกระดูกจนอานเป็นเหตุให้กระดูกกุดสั้น จนบางคนคิดว่าเป็นโรคเรื้อน แต่มีอาการที่แตกต่างจากโรคเรื่อนที่ไม่มีอาการทางประสาทส่วนกลาง ตา หลอดเลือด และไม่ทำให้เสียชีวิต

 

การติดต่อของโรค : ติดต่อด้วยการสัมผัสโรค เลือด สารคัดหลั่งจากแผล ฯลฯ

 

คุดทะราดเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อป้องกันตามพรบ.โรคติดต่อ 2523

การรักษา : หากเป็นระยะแรกโอกาสหายเองจะสูงกว่า
druggood.com
แต่หากลุกลามก็สามารถรักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น เบนซาทีนเพนิซิลลิน 1.2 ล้านหน่วย
กรณีผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาเพนิซิลลินได้อาจจะใช้ tetracycline, erythromycinชนิดเม็ดกิน หรือ Doxycyclineนอกจากนั้นยังมีรายงานการศึกษาว่ายา azithromycin กินครั้งเดียวก็มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ penicillin ชนิดฉีด โดยการรักษาโรคระยะที่1,2 หายขาดได้ แต่การเปลี่ยนรูปของกระดูกไม่สามารุถกลับมาเหมือนเดิมได้

การป้องกัน : ถึงแม้โรคนี้ไม่พบในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานแล้วแต่ก็ควรป้องกันไว้ก่อนโดยปฎิบัตเช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดเชื้ออื่นๆอาทิ
-หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง
-รักษาความสะอาดของผู้ดูแล และผู้ป่วยรวมถึงของใช้ส่วนตัวอย่าง เคร่งครัด
-ทำร่างกายให้แข้มแข็ง ออกกำลังกายผักผ่อนให้เพียงพอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
wikipedia
กรมควบคุมและป้องกันโรค



ผู้ตั้งกระทู้ ดร.สุ (yellowgreen8404-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2019-02-07 11:27:02


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2013 All Rights Reserved.